แผลติดเชื้อสังเกตยังไง พร้อมวิธีดูแลไม่ให้เป็นแผลเป็น

“แผลอักเสบ” กับ “แผลเป็น” คือคนละปัญหากัน แต่เกี่ยวข้องกันโดยตรง — แผลที่ติดเชื้อหรือดูแลไม่ถูกวิธีมักทิ้งรอยแผลเป็นที่แย่กว่าแผลที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แบ่งเป็นสองส่วน: วิธีสังเกตแผลอักเสบและควรทำอย่างไร และวิธีลดรอยแผลเป็นหลังแผลหาย

ส่วนที่ 1: แผลอักเสบ — สังเกตอย่างไร

อาการอักเสบเล็กน้อยในช่วง 1–2 วันแรกหลังเกิดแผล เช่น บวมแดงเล็กน้อยรอบแผล ถือเป็นเรื่องปกติของกระบวนการหาย แต่หากอาการต่อไปนี้เกิดขึ้นหรือแย่ลง นั่นคือสัญญาณของ การติดเชื้อ ซึ่งต่างจากการอักเสบปกติ

สัญญาณแผลติดเชื้อ

  • ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้น
  • บวม แดง ร้อน ลามกว้างขึ้นจากขอบแผลเดิม
  • มีหนอง สีขาว เหลือง หรือเขียว และมีกลิ่น
  • รอยแดงลามออกจากแผลเป็นเส้นทาง (เสี่ยงติดเชื้อเข้ากระแสเลือด ต้องรีบพบแพทย์)
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • แผลที่ไม่ดีขึ้นเลยภายใน 2–3 วัน

ทำไมแผลถึงติดเชื้อ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ ล้างแผลไม่สะอาดตั้งแต่แรก มีสิ่งสกปรกหรือเศษฝุ่นค้างในแผล ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลที่ไม่สะอาดหรือเปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือเป็นแผลในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งแผลติดเชื้อได้ง่ายและลุกลามเร็วกว่าคนทั่วไปมาก

ควรทำอย่างไรถ้าสงสัยว่าแผลติดเชื้อ

อย่ารอดูอาการเองที่บ้าน ควรมาพบแพทย์เพื่อล้างแผลอย่างถูกวิธี และประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ การปล่อยแผลติดเชื้อไว้นานอาจลุกลามลึกลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อหรือกระแสเลือด ซึ่งรักษายากขึ้นมาก

ส่วนที่ 2: แผลเป็น — ป้องกันและลดรอยได้อย่างไร

แผลเป็นเกิดขึ้นเป็นธรรมชาติเมื่อผิวหนังซ่อมแซมตัวเองหลังมีบาดแผล แต่ ความรุนแรงของรอยแผลเป็นสามารถลดลงได้มาก ด้วยการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่แผลยังไม่หาย

ปัจจัยที่ทำให้แผลเป็นแย่ลง

  • แผลติดเชื้อ — ยิ่งอักเสบนาน แผลเป็นยิ่งใหญ่และนูนขึ้น
  • แกะสะเก็ดแผล — ทำให้แผลเปิดซ้ำและซ่อมแซมตัวเองใหม่ ทำให้แผลเป็นแย่ลง
  • โดนแดดขณะแผลยังไม่หาย — ทำให้รอยแผลเป็นเข้มขึ้นและจางยากกว่าเดิม
  • แผลที่ไม่ได้เย็บหรือปิดแผลอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก — โดยเฉพาะแผลลึกหรือแผลกว้าง

วิธีลดรอยแผลเป็น

  • ดูแลแผลให้สะอาดและปิดแผลอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก — นี่คือปัจจัยที่ควบคุมได้และสำคัญที่สุด
  • ไม่แกะสะเก็ดแผล ปล่อยให้หลุดออกเอง
  • ทากันแดด SPF ปกป้องแผลที่หายแล้วอย่างน้อย 3–6 เดือน โดยเฉพาะแผลบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น แขน ขา ใบหน้า
  • ใช้เจลหรือแผ่นซิลิโคนลดรอยแผลเป็น เมื่อแผลปิดสนิทดีแล้ว (ปรึกษาทีมงานว่าเหมาะกับแผลของคุณหรือไม่ และควรเริ่มเมื่อไหร่)
  • นวดรอยแผลเป็นเบาๆ เมื่อแผลหายสนิทแล้ว ช่วยให้เนื้อเยื่อนุ่มขึ้นและรอยจางลงตามเวลา

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องแผลเป็น

หากแผลเป็นนูนแดงและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (คีลอยด์) คัน เจ็บ หรือดึงรั้งจนขยับข้อต่อลำบาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม บางกรณีต้องใช้การรักษาเฉพาะทางเพิ่มเติม

เริ่มต้นให้ถูกตั้งแต่แรก คือทางลัดที่ดีที่สุด

ทั้งแผลอักเสบและแผลเป็นล้วนป้องกันหรือลดความรุนแรงได้ ด้วยการดูแลแผลอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันแรก (อ่านเพิ่มเติม: วิธีล้างแผลอย่างไรให้หายเร็ว ไม่ติดเชื้อ) ที่กะทู้คลินิก เราให้บริการทำแผล ล้างแผล และประเมินแผลติดเชื้อโดยทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลแผลโดยเฉพาะ เปิดทุกวัน 13.00 – 20.30 น. Walk-in ได้เลย

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *